วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Recorded Diary 7 Friday 26 February 2016

Recorded Diary 7 Friday 26 February 2016



*** งดการเรียนการสอน เนื่องจาก สอบกลางภาค ***




Recorded Diary 6 Friday 19 February 2016

Recorded Diary 6 Friday 19 February 2016


*** งดการเรียนการสอน เนื่องจากอาจารย์ ติดภารกิจ ***





Recorded Diary 5 Friday 12 February 2016

Recorded Diary 5 Friday 12 February 2016

ความรู้ที่ได้รับ (Knowledge)




เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ 
(Children with Learning Disabilities)  

เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ หรือเรียกย่อ ๆ ว่า 
L.D. (Learning Disability) 
หมายถึง ผู้ที่มี ปัญหาทางการเรียนรู้เฉพาะอย่าง
 ปัญหาทางการใช้ภาษา (Langauge) 
การพูด (Speaking
การเขียน (Writing)

สาเหตุ
  • การขาดแรงเสริม
  • ด้อยโอกาสทางสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม
  • ไม่นับรวมถึงเด็กที่มีปัญหาเนื่องจากความพิการ หรือความ บกพร่องทางร่างกาย 





1.ด้านการอ่าน ( Reading Disorder )
  • หนังสือช้า สะกดทีละคำ 
  • ไม่เข้าใจเนื้อหาที่อ่าน
ลักษณะของเด็ก LD ด้านการอ่าน
  • อ่านช้า อ่านคำต่อคำ
  • อ่านออกเสียงไม่ชัดเจน
  • เดาคำอ่านเวลา



2.ด้านการเขียน ( Writing Disaorder )
  • เขียนตัวหนังสือผิด
  • เขียนตามการออกเสียง
  • เขียนสลับ
ลักษณะของเด็ก LD ด้านการเขียน
  • ลากเส้นๆวนๆไม่รู้จะม้วนเข้าหรือม้วนออก
  • เรียงตัวอักษรผิด
  • เขียนพยัญชนะ หรือตัวเลขสลับกัน

3.ด้านการคิดคำนวณ (Mathematics)
  • ตัวเลขผิดลำดับ
  • ไม่เข้าใจเรื่องการทดเลข
  • ไม่เข้าหลักเลขหน่วย สิบ ร้อย 
  • แก้โจทย์ปัญหาเลขไม่ได้
ลักษณะของเด็ก LD ด้านการคำนวณ 
  • ไม่เข้าใจค่าของตัวเอง
  • จำสูตรคูรไม่ำด้
  • ไม่เข้าใจเรื่องเวลา
  • เขียนเลขสลับกัน
4.หลายๆด้านร่วมกัน
  • อาการที่มักเกิดร่วมกับเด็ก LD 
  • แยกแยะขนาดสีและรูปร่างไม่ออก
  • มีปัญหาความเข้าใจเกี่ยวกับเวลา
  • สมาธิไม่ดี


เด็กออทิสติก (Autistic) 
หรือ
บางครั้งเรียกว่า ออทิสซึ่ม (Autisum)

ไม่สบตา  ไม่พาที  ไม่ชี้นิ้ว

หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่อง อย่างรุนแรงในการสื่อความหมาย พฤติกรรม สังคม และความสามารถทางสติปัญญาในการรับรู้ อาการต่าง ๆ

เปรียบเทียบด้านพัฒนาการของทักษะด้านต่างๆ ของเด็กออทิสติกใน 4 ด้าน
  • ด้านทักษะการเคลื่อนไหว 
  • ด้านทักษะการรับรู้เกี่ยวกับรูปทรง ขนาดและพื้นที่ 
  • ด้าน ทักษะภาษาและการสื่อความหมาย 
  • ด้านทักษะทางสังคม 

ลักษณะของเด็กออทิสติก
  • อยู่ในโลกของตนเอง
  • ไม่เข้าไปหาใครก่อนเพื่อให้ปลอบใจ
  • ไม่ยอมพูด
  • เคลื่อนไหวแบบซ้ำ

ภาพ อวยพรวันเกิด อาจารย์ผู้สอนที่น่ารัก








การประเมิน (Assessment)

การประเมินห้องเรียน (Classroom)
- ห้องเรียนมีเครื่องอำนวยสะดวกต่อการเรียนการสอน บรรยนากาศเย็นสบาย น่าเรียน 

การประเมินเพื่อน (Classmate)
- เพื่อนเข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน สนอกสนใจในเนื้อหาที่กำลังเรียน

การประเมินอาจารย์ (Teacher)
- อาจารย์แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ไพเราะ มีความเข้าใจในนักศึกษาอีกทั้งยังอธิบายเนื้หาได้อย่างละเอียด

การประเมินตัวเอง (Self)
- เข้าเรียนตรงต่อเวลา ตั้งใจเรียน แต่งกายสุภาพเรียบร้อย








Recorded Diary 4 Friday 5 February 2016

Recorded Diary 4 Friday 5 February 2016

ความรู้ที่ได้รับ (Knoeledge)






2.4 เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ 
(Children with Physical and Health Impairments)
หมายถึง ผู้ที่มีอวัยวะไม่สมส่วน อวัยวะส่วนใดส่วน หนึ่งหรือหลายส่วนหายไป กระดูกกล้ามเนื้อพิการ เจ็บป่วยเรื้อรังรุนแรงหรือเฉียบพลัน มีความ พิการทางระบบประสาทสมอง มีความล าบากในการเคลื่อนไหวจนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาเล่า เรียน และการท ากิจกรรมของเด็ก




1. อาการบกพร่องทางร่างกาย  ได้แก่  

ซีพี (Cerebral Palsy)



หมายถึง การเป็นอัมพาตเนื่องจาก ระบบประสาทสมองพิการ หรือเป็นผลมาจากสมองที่กำลังพัฒนาถูกทำลายก่อนคลอด ระหว่างคลอด หรือหลังคลอด 


อัมพาตเกร็งของแขนขา หรือครึ่งซีก (Spastic)



อัมพาตของลีลาการเคลื่อนไหวผิดปกติ (Athetoid) 



อัมพาตสูญเสียการทรงตัว (Ataxia) 



 อัมพาตตึงแข็ง (Rigid) การเคลื่อนไหวแข็งช้า ร่างกายมีอาการสั่นกระตุกอย่าง
 บังคับไม่ได้



อัมพาตแบบผสม (Mixed)


2 กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Muscular Distrophy) เกิดจากประสาทสมองที่ควบคุมส่วนของกล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ 
เสื่อมสลายตัว โดยไม่ทราบสาเหตุทำห้กล้ามเนื้อแขนขาจะค่อย ๆ อ่อนกำลัง
  
โรคทางระบบกล้ามเนื้อ (Orthopedic) 



ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการแต่กำเนิด เช่น เท้าปุก (Club Foot) 



ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการด้วยโรคติดเชื้อ (Infection) เช่น วัณโรค



โปลิโอ (Poliomyelitis) เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งเข้าสู่ร่างกายทางปาก 


แขนขาด้วนแต่ก าเนิด (Limb Deficiency)


โรคกระดูกอ่อน (Osteogenesis Imperfeta)


3. ความบกพร่องทางสุขภาพ ที่มักพบบ่อย ได้แก่ โรคลมชัก (Epilepsy) เป็นลักษณะอาการที่เกิดเนื่องมาจากความผิดปกติของระบบสมอง

ลมบ้าหมู (Grand Mal) 


  • ลมบ้าหมู (Grand Mal) เมื่อเกิดอาการชักจะทำให้หมดสติ
  • การชักในช่วงเวลาสั้น ๆ (Petit Mal) เป็นอาการชักชั่วระยะเวลาสั้น ๆ 5-10 วินาที
  • การชักแบบรุนแรง (Grand Mal) เมื่อเกิดอาการชัก เด็กจะส่งเสียง หมดความรู้สึก ล้มลง 2-5 นาที
  • อาการชักแบบพาร์ชัล คอมเพล็กซ์ (Partial Complex)
  • อาการไม่รู้สึกตัว (Focal Partial) เป็นอาการที่เกิดขึ้นในระยะสั้น เด็กไม่รู้สึกตัว 
  • โรคระบบทางเดินหายใจโดยมีอาการเรื้อรังของโรคปอด (Asthma) เช่น หอบหืด



เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา 
(Children with Speech and Language Disorders) 
หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่อง ซึี่ง เกิดจากความผิดปกติด้านความชัดเจน ปรับปรุงเสียง  คุณภ-าพของเสียง ระดับและขั้นตอนของเสียง


ความบกพพร่องในด้านการปรับปรุงเสียง
  • เสียงบางส่วนของคำขาดหายไป ''ความ '' เป็น '' คาม ''
  • ออกเสียงของตัวอื่นแทนที่ถูกต้อง "กิน"  "จิน" 
  • เพิ่มเสียงที่ไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องลงไปด้วย "หกล้ม" เป็น หก- กะ- ล้ม
  • เสียงเพี้ยนหรือแปล่ง "แล้ว" เป็น "แล่ว"

2.ความบกพร่องของจังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด 
( Speech Flow Disorders )
  • พูดไม่ถูกต้องตามลำดับขั้นตอน
  • การเว้นวรรคตอนไม่ถูกต้อง
  • อัตราการพูดเร็วหรือช้าเกินไป
  • จังหวะของเสียงพูดผิดปกติ     
                   

3.ความบกพร่องของเสียงพูด 
( Voice Disorders )
  • ความบกพร่องระดับเสียง
  • เสียงดังหรือค่อยเกินไป
  • คุณภาพของเสียงไม่ดี            



การประเมิน (Assessment)

 การประเมินห้องเรียน (Classroom)
- ห้องเรียนเหมาะสมต่อการเรียน เครื่องมืออุปกรณ์เหมาะสมและเพียงพอต่อการเรียน สะดวก บรรยากาศเย็นสบาย

การประเมินเพื่อน (Classmate)
- เพื่อนเข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน สนใจในเนื้อหาที่กำลังเรียน 

การประเมินอาจารย์ (Teacher)
- อาจจารย์แต่งกายเรียนร้อย สุภาพ พูดจาไพเราะ มีการอธิบายเนื้อหาได้อย่างชัดเจน มีการตอบคำถามและใช้คำถามอย่างให้เข้าใจเนื้อหาอย่างลึกซึ้ง

การประเมินตนเอง (Self)
- ตั้งใจเรียน เข้าเรียนตรงต่อเวลา สสนใจในหาที่ครูสอนเป็นอย่างดี











 

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Recorded Diary 3 Friday 29 January 2016

Recorded Diary 3 Friday 29 January 2016

ความรู้ที่ได้รับ (Knowledge)





เด็กที่มีความต้องการพิเศษแบ่ง เป็น 2 กลุ่ม 
คือ 1. กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความสามารถสูง
     2. กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความบกพร่อง 


1.กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความสามารถสูง มีความเลิศทางด้สนสติปัญญา
 โดยทั่วไป เรียกว่า "เด็กปัญญาเลิศ" (Gifted Child)


เด็กปัญญาเลิศ (Gifted Child) หมายถึง เด็กที่มีความสามารถทางสติปัญญาและความถนัดเฉพาะทางอยู่ระดับสูงกว่าในเด็กวัยเดียวกัน  คำที่ใช้ในความหมายที่มีอยู่หลายคำ เช่น เด็กปัญญาเลิศ , เด็กอัจฉริยะ , เด็กฉลาด , เด็กมีพรสวรรค์ 

ตัวอย่างเด็กปัญญาเลิศ   

คิม อึงยอง Kim Ung-yong  มีระดับ IQ 210 ชาวเกาหลี

ตอนอายุ 4 ปี สามารถแก้โจทย์คณิตศาสตร์ชั้นสูง 
ที่เรียกว่า สมการดิฟเฟอเรนเชียล 
(Differential Equation)
(ปกติมีเรียนในหลักสูตร วิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 3) 


Akrit Jaswal  มีระดับ IQ 146 ชาวอินเดีย
ศัลยแพทย์ อายุ 7 ขวบ

Aelita Andre ชาวออสเตรเลีย

มีผลงานภาพออกแสดงในแกลลอรี่มีชื่อเสียง 
ด้วยวัยเพียง 2 ขวบ 
ศิลปิน แนว Abstrac


Elaina Smith ชาวอังกฤษ
ให้คำปรึกษาปัญหาชีวิต สุดยอด 
เด็กอัฉริยะที่มีสติปัญญาด้านมนุษยสัมพันธ์ 
( Interpersonal Intelligence ) 
อายุ 7 ขวบ


ลักษณะของเด็กปัญญาเลิศ
- พัฒนาการทางร่างกายและจิจใจสูงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน
- จดจำได้รวดเร็วและแม่นยำ
- อยากรู้อยากเห็นและชอบซักถาม


ความแตกต่างของเด็กฉลาดกับเด็กปัญญาเลิศ

   เด็กฉลาด (Wise Child)                              เด็กปัญญาเลิศ (Gifted Child)
- ตอบคำถาม                                                - ตั้งคำถาม
- สนใจเรื่องที่ครูสอน                                     - สนใจเรื่องที่ตนเองสนใจ
- มีความจำดี                                                 - เบื่อง่าย
- เรียนรู้ง่ายและเร็ว                                        - ชอบเล่า
-พอใจผลงานตัวเอง                                      - ติเตียนผลงานตนเอง        


2. กลุ่มเด็กที่มีลักษณะความบกพร่อง
(Impairment) เช่น 

2.1 เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา (Children with Intellectual Disabilities)
2.2 เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน  (Children with Hearing Impaired )
2.3 เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น   (Children with Visual Impairments Children)
2.4 เด้กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ (Children with Physical and Health Impairments)
2.5 เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา (Children with Speech and Language Disorders)
2.6 เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ (Children with Behaviorally and Emotional Disorders)
2.7 เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Children with Learning Disabilities)
2.8 เด็กออทิสติก (Autistic)
2.9 เด็กพิการซ้ำซ้อน (Children with Multiple Handicaps)



2.1 เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา 
(Children with Intellectual Disabilities) 

หมายถึง เด็กที่มีระดับสติปัญญา หรือเชาว์ปัญญาต่ำากว่า เกณฑ์เฉลี่ยเมื่อเทียบเด็กในระดับอายุเดียวกัน มี 2 กลุ่ม คือ เด็กเรียนช้า และ เด็กปัญญาอ่อน




เด็กเรียนช้า หมายถึง เด็กที่มีความสามารถในการเรียนล่าช้ากว่าเด็กปกติ ระดับ IQ ประมาณ 71-90

ลักษณะ เด็กกลุ่มนี้จะขี้อาย และปฏิเสธที่จะฝึกฝนซ้ำๆ เพราะพวกเขาทำไม่ได้ หรือพบว่ามันยากสำหรับพวกเขา ในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ ทำได้ ทำให้รู้สึกอายและไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม แค่เพียงมีปัญหาในห้องเรียนไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องมีปัญหาทางการเรียนรู้เสมอไป เด็กแต่ละคนมีวิธีที่จะเรียนรู้แตกต่างกันไป เช่น บางคนชอบที่จะฝึกฝนไปเรื่อยๆ บางคนชอบที่จะฟังเพื่อทำความเข้าใจ เป็นต้น หรือเด็กบางคนอาจแค่อ่านช้าหรือเรียนช้ากว่าเพื่อนอยู่แล้ว แต่ไม่ได้มีพัฒนาการที่ด้อยกว่าเกณฑ์ 

สาหตุ 
ภายนอก                                              ภายใน
-เศรษฐกิจครอบครัว                             - พัฒนาการช้า
-การเลี้ยงดู                                         - การเจ็บป่วย





เด็กปัญญาอ่อน หมายถึง เด็กที่มีภาวะพัฒนาการหยุดชะงัก หรือ มีระดับสติปัญญาต่ำ แบ่ง IQ ได้ 4 กลุ่ม
1.เด็กปัญญาอ่อนขนาดหนักมาก ระดับ IQ ต่ำกว่า 20 ลงไป
2.เด็กปัญญาอ่อนขนาดหนัก ระดับ IQ ระหว่าง 20 - 34 
3.เด็กปัญญาอ่อนขนาดปานกลาง ระดับ IQ ระหว่าง 35 - 49 เรียกโดยทั่วไปว่า T.M.R (Trainable Mentally Retarded)
4.เด็กปัญญาอ่อนขนาดน้อย ระดับ IQ ระหว่าง 50 - 70 เรียกโดยทั่ว ๆ ไปว่า E.M.R (Educable Mentally Retarded)


โรคดาวน์ซินโดรม
(Down syndrome)
สาเหตุ
- โครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง

ลักษณะ
จมูกแบน
- ปากเปิดออก
- ลิ้นมักจะจุกอยู่ที่ปาก 
- หูมีขนาดเล็ก 
- มือสั้นและกว้าง เส้นลายมือมักมีเส้นตัดขวางเส้นเดียว
- นิ้วก้อยเอียงเข้าหานิ้วนาง  
- ศีรษะเล็ก กะโหลกศีรษะด้านหลังแบน 
- ร่างกายเตี้ยกว่าปกติและส่วนใหญ่มักจะอ้วน

การตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดกลุ่มอาการดาวน์
- เจาะเลือดมารดาระหว่างตั้งครรภ์
- อันตราซาวน์
- การตัดชิ้นรก
- เจาะถุงน้ำคร่ำ


2.2 เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน 
 (Children with Hearing Impaired ) 


หมายถึง ผู้ที่มีความบกพร่อง หรือสูญเสียการได้ยิน เป็นเหตุให้ การรับฟังเสียงต่าง ๆได้ไม่ชัดเจน

        มี 2 ประเภท 
 1.หูตึง
 2.หูหนวก

เด็กหูตึง หมายถึง เด็กที่สูญเสียการได้ยิน แต่ไม่กับถึงหมดโอกาสเข้าใจทางภาษาถ้ามีเครื่องช่วยฟัง 

           จำแนก 4 ประเภท
1.หูตึงระดับน้อย มี การได้ยิน เฉลี่ยระหว่าง 26-40 เดซิเบล (dB)
2. หูตึงระดับปานกลาง มีการได้ยินเฉลี่ยระหว่าง 41-55 เดซิเบล (dB)
3.หูตึงระดับมาก มีการได้ยินเฉลี่ยระหว่าง 56-70 เดซิเบล (dB) 
4. หูตึงระดับรุนแรง  มีการได้ยินเฉลี่ยระหว่าง 71-90 เดซิเบล (dB) 




เด็กหูหนวก หมายถึง  เด็กที่สูญเสียการได้ยินมากถึงขนาดที่ท าให้หมดโอกาสที่จะ เข้าใจภาษาพูดจากการได้ยินด้วยหูเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีหรือมีเครื่องช่วยฟังจนเป็นเหตุให้ไม่ สามารถเข้าใจหรือใช้ภาษาพูดได้หากไม่ได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษ ถ้าวัดระดับการได้ยินแล้วจะมี การได้ยินตั้งแต่ 91 เดซิเบล (dB) ขึ้นไป



2.3 เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น  
 (Children with Visual Impairments Children)



หมายถึง ผู้ที่มองไม่เห็น หรือพอเห็นแสง เห็นเลือนลาง และมี ความบกพร่องทางสายตาทั้งสองข้าง โดยมีความสามารถในการเห็นได้ไม่ถึง 1/10 ของคนสายตา ปกติ หลังจากที่ได้รับการรักษาและแก้ไขทางการแพทย์แล้ว หรือมีลานสายตากว้างไม่เกิน 30 องศา เด็กบกพร่องทางการเห็น

     จำแนกได้เป็น 2 ประเภท 
1. เด็กตาบอด
2. เด็กตาบอดไม่สนิท




ลักษณะเด็กบกพร่องทางการมองเห็น
- เดินงุ่มง่าม ชนและเดินสะดุด
- มองเห็นสีผิดจากปกติ
- ตาและมือไม่สัมพันธ์กัน


การประเมิน (Assessment)

การประเมินห้องเรียน (Classroom)
- ห้องเรียนเย็นสบายต่อการเรียนรู้ อุปกรณ์เอื้ออำนวยต่อการเรียนการเรียนสอน

การประเมินเพื่อน (Classmate)
- เพื่อนเข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย มีความตั้งใจเรียน

การประเมินอาจารย์ (Teacher)
- อาจารย์แต่งกายสุภาพเรียบร้อย พูดจาไพเราะ อาจารย์มีการเตรียมการสอนมาอย่างดี มีการเปิดวีดิโอ และยกตัวอย่างอาการต่างๆมีรูปเพื่อให้นักศึกษามีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

การประเมินตนเอง (Self)
- เข้าเรียนตรงต่อเวลา ตั้งใจเรียน จดตามที่อาจารย์สอน เมื่อมีข้อสงสัยยกมือถาม มีส่วนร่วมในการเรียนในคาบเรียนเป็นอย่างดี